วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556
วันลอยกระทง
วันลอยกระทง
วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทยส่วนใหญ่ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือเดือนยี่ (เดือนที่ 2) ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา "มักจะ" ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย
ประเพณีในแต่ละท้องถิ่น
- ภาคเหนือตอนบน นิยมทำโคมลอย เรียกว่า "ลอยโคม" หรือ "ว่าวฮม" หรือ "ว่าวควัน" ทำจากผ้าบางๆ แล้วสุมควันข้างใต้ให้ลอยขึ้นไปในอากาศอย่างบอลลูน ประเพณีของชาวเหนือนี้เรียกว่า "ยี่เป็ง" หมายถึงการทำบุญในวันเพ็ญเดือนยี่(ซึ่งนับวันตามแบบล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสองในแบบไทย)
- จังหวัดตาก จะลอยกระทงขนาดเล็กทยอยเรียงรายไปเป็นสาย เรียกว่า "กระทงสาย"
- จังหวัดสุโขทัย ขบวนแห่โคมชักโคมแขวน การเล่นพลุตะไล ไฟพะเนียง
- ภาคอีสานจะตบแต่งเรือแล้วประดับไฟ เป็นรูปต่างๆ เรียกว่า "ไหลเรือไฟ"
- กรุงเทพฯ จะมี งานภูเขาทอง เป็นรูปแบบงานวัด เฉลิมฉลองราว7-10วัน ก่อนงานลอยกระทง และจบลงในช่วงหลังวันลอยกระทง
- ภาคใต้ อย่างที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาก็มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนั้น ในจังหวัดอื่นๆ ก็จะจัดงานวันลอยกระทงด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ในแต่ละท้องถิ่นยังอาจมีประเพณีลอยกระทงที่แตกต่างกันไป และสืบทอดต่อกันเรื่อยมา
ประวัติความเป็นมาของวันลอยกระทงเดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 3
ปัจจุบันวันลอยกระทงเป็นเทศกาลที่สำคัญของไทย ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวปีละมากๆ ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะเป็นช่วงต้นฤดูหนาว และมีอากาศดี
ในวันลอยกระทง ยังนิยมจัดประกวดนางงาม เรียกว่า "นางนพมาศ"
ความเชื่อเกื่ยวกับวันลอยกระทง
- เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ
- เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
- เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ
- ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพญามารได้
x
10 อันดับประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก
·
9. Niger ไนเจอร์
8. Central African Republic สาธารณรัฐอัฟริกากลาง
7. Guinea-Bissau กีนี บิสเซา
6. Union of the Comoros สหภาพโคโมโรส
5. Republic of Somalia สาธารณรัฐโซมาเลีย
4. The Solomon Islands หมู่เกาะโซโลมอน
3. Republic of Zimbabwe สาธารณรัฐซิมบัพเว

2. Republic of Liberia สาธารณรัฐไลบีเรีย
1. Republic of the Congo สาธารณรัฐคองโก
10.
Ethiopia เอธิโอเปีย
เอธิโอเปียอยู่ในอันดับที่
170 จาก 177 ของดัชนีประเทศยากจน
ครึ่งหนึ่งของผลผลิตมวลรวมขึ้นอยู่กับภาคการเกษตร
ผลผลิตในภาคการเกษตรที่ต่ำลงเพราะเทคนิคการเพราะปลูกที่ล้าสมัย
และขึ้นอยู่กับฟ้าฝนด้วย 50% ของประชากร 74.7 ล้านคนมีความยากจน 80% อาศัยอยู่ด้วยการรับแจกอาหาร
ผู้ชายเพียง 47 % และผู้หญิง 31 % ที่สามารถอ่านออกเขียนได้
บางส่วนของเอธิโอเปียมีความเสี่ยงต่อ ตับอักเสบ A, ตับอักเสบ
E, ไข้ไทรอยด์, มาลาเรีย, โรคพิษสุนัขบ้า, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และ schistosomiasis
รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ
9. Niger ไนเจอร์
ไนเจอร์มีประชากร
12.5 ล้านคนเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก
ฝนคือสาเหตุสำคัญใประเทศไนเจอร์ที่ทำให้เกิดสภาพการขาดแคลนอาหาร 63% ของประชากรมีความเป็นอยู่จากเงินที่ได้รับต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐต่อวัน
ผู้ใหญ่สามารถอ่านออกเขียนได้เพียง 15% ช่วงอายุของประชากรประมาณ
46 ปี ผู้คนส่วนมากเสียชีวิตจาก ตับอักเสบ A, ท้องร่วง, มาลาเรีย, ไข้สมองอักเสบ,
และไข้ไทรอยด์รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ
8. Central African Republic สาธารณรัฐอัฟริกากลาง
สาธารณรัฐอัฟริกากลาง
อยู่ในลำดับที่ 171 ของประเทศยากจน
เกษตรกรรมคือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจที่นี่ ช่วงอายุของประชากรประมาณ 43.46
- 43.62 ปี 13% ของประชากรมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคเอดส์
รายได้ต่อหัวต่อปี 700 เหรียญสหรัฐ
7. Guinea-Bissau กีนี บิสเซา
กีนี
บิสเซา ประเทศยากจนอันดับที่ 172 การทำไร่และการประมงคือเสาหลักของเศรษฐกิจ
รายได้ของประชากรไม่เท่ากันในแต่ละภาคส่วนของประเทศ ประมาณ 10% ของผู้ใหญ่มีความเสี่ยงต่อการเป็น HIV. รายได้ต่อหัวต่อปี
600 เหรียญสหรัฐ
6. Union of the Comoros สหภาพโคโมโรส
สหภาพโคโมโรส
ประชากรที่ไม่มีงานทำมีอัตราส่วนที่สูง เป็นผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของสหภาพคอมอรอส
และด้วยประชากรที่มีจำนวน 1000 คนต่อ ตร.กม. ในพื้นที่การเกษตร
อาจเป็นผลทำให้สภาพแวดล้อมวิกฤติ ภาคการเกษตรส่งผลถึงผลผลิตมวลรวมราว 40% ระดับการศึกษาที่ต่ำก็ส่งผลถึงระบบแรงงานด้วย
ความเป็นอยู่ของผู้คนขึ้นอยู่กับเงินช่วยเหลือจากนานาชาติ.รายได้ต่อหัวต่อ ปี 600
เหรียญสหรัฐ
5. Republic of Somalia สาธารณรัฐโซมาเลีย
สาธารณรัฐโซมาเลีย
ภาคการเกษตรคือหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจของโซมาเลียที่อยู่ทางใต้ของแอฟริกา
ประชากรที่กึ่งเร่ร่อน และเร่ร่อน เป็นกลุ่มผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศ
การเลี้ยงปศุสัตว์เป็นอาชีพหลักของพวกเขา
อุตสาหกรรมทางการเกษตรให้ผลผลิตมวลรวมเพียง 10% ของทั้งหมด
รายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ
4. The Solomon Islands หมู่เกาะโซโลมอน
หมู่เกาะโซโลมอน
เป็นประเทศใน เมละนีเซีย (อยู่ตอนเหนือของออสเตรเลียใกล้ฟิจิ...wicsir)
เศรษฐกิจขึ้นอยู่กับการประมง กว่า 75% ของแรงงานจะเกี่ยวข้องกับการประมง
ไม้คืออุตสาหกรรมหลักมาจนถึงปี 1998 น้ำมันปาล์มกับมะพร้าวคือผลิตผลหลักในการส่งออก
หมู่เกาะโซโลมอน มีแร่ธาตุมากมาย เช่น สังกะสี ตะกั่ว ทองคำ
และนิเกิ้ลรายได้ต่อหัวต่อปี 600 เหรียญสหรัฐ
3. Republic of Zimbabwe สาธารณรัฐซิมบัพเว
สาธารณรัฐซิมบัพเว
ตั้งอยู่ระหว่าง แม่น้ำ Limpopo และ Zabezi ในอัฟริกาใต้
เศรษฐกิจที่หยุดชะงักและเสียหายเนื่องมาจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น
รวมไปถึงการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศด้วย
ซิมบัพเวได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสาธรณรัฐประชาธิปไตยคองโกด้วย ผลจากการทรุดตัวของเศรษฐกิจนี้
ทำให้อัตราการตกงานของประชากรสูงถึง 80%.รายได้ต่อหัวต่อปี 500
เหรียญสหรัฐ
2. Republic of Liberia สาธารณรัฐไลบีเรีย
สาธารณรัฐไลบีเรีย
ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของอัฟริกา ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ของประเทศยากจนที่สุดในโลก เพราะการส่งออกพืชผลที่ลดลง, นักลงทุนหนีออกจากประเทศ, การแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่ยุติธรรมจากทรัพยากรเพชรในประเทศ,
ขโมย, และการค้ากำไรเกินควรในระหว่างสงครามกลางเมือง
ในปี 1990 ทำให้เศรษฐกิจของประเทศทรุดตัว
ทำให้มีการกู้เงินจากต่างประเทศมีมากกว่าผลผลิตมวลรวม.รายได้ต่อหัวต่อปี 500
เหรียญสหรัฐ
1. Republic of the Congo สาธารณรัฐคองโก
สาธารณรัฐคองโก
ในอัฟริกากลางเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดของโลก เพราะการเสื่อมค่าของเงินแฟรงโซน, อัตราเงินเฟ้อในระดับสูงในปี 1994, ความวุ่นวายในสงครามกลางเมือง,
การรบพุ่งอย่างต่อเนื่อง และราคาน้ำมันที่ตกต่ำในปี 1998 ได้ทำลายเศรษฐกิจของประเทศลง.รายได้ต่อหัวต่อปี 300 เหรียญสหรัฐ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











